จะตกชั้นมั้ย ? นิวคาสเซิ่่ล 2 เดือนผ่านไป มีอะไรน่ากังวล

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สโมสรที่มีเจ้าของร่ำรวยที่สุดในโลก กำลังเข้าขั้นวิกฤติแล้วล่ะครับ หลังจากบุกไปแพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ แบบเละเทะ 0-4 คงสถานะรองบ๊วยไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนกับฟอร์มการเล่นที่ไม่มีอะไรดีขึ้น สถานการณ์น่าเป็นห่วงมาก ไปดูกันว่าหลังจาก 2 เดือนที่ผ่านมา ที่ทาง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มีการเทคโอเวอร์สโมสร มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง หรือ เปลี่ยนแปลงไปบ้าง

– มีโอกาสตกชั้น สถานการณ์ของ นิวคาสเซิ่ล สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นเหลือเกินครับ ต่อให้จะมีการเทคโอเวอร์ส เปลี่ยนเจ้าของเป็น เจ้าชาย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มหาเศรษฐีจาก ซาอุดิอาระเบีย ไปแล้ว แต่ผู้เล่นก็ยังเป็นชุดเดิม ชุดที่ สตีฟ บรูซ ยังทำหน้าที่เป็นกุนซือใหญ่ ไมได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก ซึ่งหลังจากที่พวกเขาแพ้ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ แบบเละเทะ 0-4 ยิ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นไปใหญ่ เพราะนับตั้งแต่เปลี่ยนเจ้าของ หรือ เปลี่ยนกุนซือ ก็ยังคงสุ่มเสี่ยงที่จะตกชั้นลงไปสู่ เดอะ แชมเปี้ยน ชิพ เหลือเกิน โดยตอนนี้นิวคาสเซิ่ล มีเพียงแค่ 10 คะแนน จาก 16 นัด รั้งรองบ๊วยของตาราง เหนือโซนตกชั้น อย่างวัตฟอร์ด 3 แต้ม ดูเหมือนจะไม่ได้ห่างไกลมากนัก เพราะ พรีเมียร์ลีก เหลืออีกตั้งครึ่งซีซั่น แต่ฟอร์มแบบนี้ มันก็เป็นเรื่องยากที่จะไต่เต้าขึ้นมา และ ยังดูไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้นเลยด้วยซ้ำ

– เปลี่ยนกุนซือ ดีขึ้นหรือเปล่า ? เอ็ดดี้ ฮาว ถือว่าเป็นกุนซือที่น่าจับตามองคนหนึ่งในเกาะอังกฤษ นับตั้งแต่พา บอร์นมัธ ขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เล่นเกมรุกสนุก ถึงขั้น เคยมีข่าวกับ อาร์เซน่อล หรือ ทีมชาติอังกฤษ ที่อยากได้ตัวไปกุมบังเหียน ด้วยซ้ำ แต่ก็เงียบหายไป หลังเดอะ เชอร์รี่ส์ ร่วงไปเล่น เดอะ แชมเปี้ยนชิพ จากการเปลี่ยนกุนซือเหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น มังกรฟ้า ล็อตเตอรี่ เพราะ นิวคาสเซิ่ล เก็บชัยชนะนัดแรกของซีซั่นได้สำเร็จ เหมือนอย่างที่ แอสตัน วิลล่า เปลี่ยนโค้ชเป็น สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก็สามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 3 จาก 5 นัด หรือ แม้กระทั่ง ดีน สมิธ ที่เข้าไปคุม นอริช ซิตี้ ก็เก็บได้ 5 แต้ม จาก 5 นัด นับว่าไม่เลวกับทีมหนีตาย ยิ่งนัดที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บอกเลยว่า ควรมีแต้มในมือด้วยซ้ำ แต่ฮาว เริ่มต้นกับนิวคาสเซิ่ล ไม่สวยดังที่หวัง เพราะเขาติดเชื้อ โควิด-19 ก่อนจะประเดิมคุมทีมนัดแรก และ พอมากุมบังเหียนข้างสนาม ก็แพ้ให้กับ อาร์เซน่อล ไปแบบเละเทะ 0-2 ต่อด้วยการเปิดบ้านทำได้เพียงเสมอกับ นอริช ซิตี้ 1-1 ซึ่งถือว่าน่าผิดหวัง ต่อให้จะเปิดซิงเก็บ3 แต้มนัดแรก ด้วยการเฉือนเบิร์นลี่ย์ 1-0 ทว่าล่าสุด ก็กลับเข้าสู่โลกแห่งความจริง ด้วยการบุกไปแพ้เลสเตอร์ ซิตี้ แบบเละเทะ 0-4 ซึ่งจาก 4-5 นัดที่ผ่านมา มันยังไม่ได้บ่งชี้เลยว่า นิวคาสเซิ่ล จะดูดีไปกว่าแต่ก่อน เพราะยังมีข้อผิดพลาดอีกเยอะให้ต้องแก้ไข โดยเฉพาะแนวรับ แน่นอนว่ามันยังเร็วไปที่จะมีตัดสิน แต่กระนั้นด้วยสถานการณ์ของ นิวคาสเซิ่ล ณ ตอนนี้ เอ็ดดี้ ฮาว คงไม่มีเวลาให้ทำทีมเยอะมากนัก

– นักเตะที่พอจะได้ไปต่อกับทีม หลังจากที่กลุ่มทุน ซาอุดิอาระเบีย เข้ามาซื้อกิจการ ก็มีข่าวไม่เว้นวันว่าเดี๋ยวจะซื้อคนนั้น เดี๋ยวจะซื้อคนนี้ ถึงขั้นที่ว่าอนาคตอาจจะไปดึงตัวคีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาอยู่กับทีมเลยด้วยซ้ำ แต่นั่นคือเรื่องของอนาคต เพราะ สาลิกาดง ในตอนนี้ ต้องค่อยๆสร้างทีม เพื่อวางรากฐานในระยะยาว และ คนที่จะทำให้สโมสร เติบโตไปเป็นทีมระดับท็อป ตามแผนโครงสร้างของบอร์ดบริหาร ไม่ได้มีเพียงแค่กุนซือเท่านั้น มังกรฟ้า มันต้องเป็นนักเตะที่คอยขับเคลื่อนในสนามด้วย ซึ่งแน่นอนว่าชั่วโมงนี้ มันเป็นการตัดเกรดว่าใครจะได้อยู่ต่อ หรือ ใครที่จะต้องเก็บข้าวของออกจากสโมสรแห่งนี้ไป หากมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ว่ากันตามตรง แนวรับนิวคาสเซิ่ล เปื่อยยุ่ยเป็นกระดาษทิชชู่เปียกน้ำเหลือเกิน 5 นัด โดนไป 10 ลูก หากจะต้องหาว่าใครควรพอจะไปต่อกับ นิวคาสเซิ่ล ได้บ้าง น่าจะเป็นแนวรุกอย่าง คัลลั่ม วิลสัน ที่เป็นตัวจบสกอร์คนสำคัญ รวมถึง อัลลัน แซงต์-มักซิแม็ง แนวรุกจอมลากเลื้อย ส่วนที่เหลือคงต้องรีบยกระดับให้ได้มากกว่านี้ มิเช่นนั้นอนาคตอาจอยู่ยากมากกว่าเดิม

– ความรู้สึกของแฟนบอล ในช่วงที่ ไมค์ แอชลี่ย์ ยังคงบริหารทีม เรียกว่าโดนแฟนบอลสาปแช่ง ด่าเช้า ด่าเย็น เพราะอยู่ไปก็มีแต่เจริญลงฮวบๆ ซึ่งหลังจากมีการเทคโอเวอร์สำเร็จ แฟนบอล ทูน อาร์มี่ แทบจะปิดเมืองฉลอง ประหนึ่งว่าทีมคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าทีมกำลังมีอนาคตที่สดใสรออยู่ แน่นอนว่าหากฟอร์มแบบนี้ ยังอยู่ในยุค ไมค์ แอชลี่ย์ เชื่อเถอะว่าแฟนบอลนิวคาสเซิ่ล ก่อม็อบประท้วงขับไล่ออกจากตำแหน่งแล้ว แต่ทว่าตอนนี้ อารมณ์กลับแตกต่างออกไป เพราะแฟนบอลตั้งตารอที่จะเห็นทีมไปได้ไกลมากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งอาจฝันถึงการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก หรือ ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในอนาคตด้วยซ้ำ ต่อให้สถานการณ์จะยังไม่ดีขึ้นไปกว่าเดิม แต่กระนั้นก็คงต้องรอการเปลี่ยนแปลงในช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคม นี้ ว่า นิวคาสเซิ่ล จะซื้อนักเตะ เพื่อเสริมสร้างทีมให้แข็งแกร่งขึ้นได้ขนาดไหน ถึงแม้ระยะเวลา2 เดือน ที่มีการเทคโอเวอร์ ยังไม่มีอะไรดีขึ้นแบบชัดเจน แต่เร็วๆนี้คงจะได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างมากขึ้น เพราะหากไม่แอคทีฟตัวเอง อาจจะต้องไปตั้งต้นกันใหม่ในศึก เดอะ แชมเปี้ยน ชิพ